Follow by Email

Sunday, January 2, 2011

Hotmail - longpat1@hotmail.com - Windows Live

http://sn124w.snt124.mail.live.com/default.aspx?loc=TH&wa=wsignin1.0
อมร...สมเป็นนครมหาราชา... หลายๆท่านคงคุ้นเคยกับเพลงๆนี้...กรุงเทพฯเป็นเมืองที่หลายๆคนใฝ่ฝันอยากมาเห็นความเจริญรุ่งเรือง แสงสี ที่ยั่วเย้า...ให้ผู้คนหลงใหล ความสวยงามของแสงสียามค่ำคืน จนบางคนบอกว่าเป็นเมืองฟ้า เมืองสวรรค์...


การที่กรุงเทพฯเป็นเมืองหลวงของเรา ทำให้กลายเป็นศูนย์กลางของความเจริญด้านต่างๆ ทั้งศูนย์การค้า การคมนาคมที่ทันสมัย(รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน )สนามบินสุวรรณภูมิที่ใหญ่และสวยงาม(สร้างนาน..น..ที่สุดด้วย) เป็นศูนย์รวมการค้าการลงทุน การเมือง การบันเทิง ศูนย์รวมของคนทุกภาคก็มาทำงานที่นี่ และยังมีแหล่งรวมสถานที่สำคัญๆก็อยู่ที่นี่ รวมถึงมหาอำนาจก็คือกรุงเทพฯนี่เอง ( อย่ายึดแต่อำนาจ...ยึดใจให้ได้เสียก่อน )

มุมมองของคนต่างจังหวัด...มองกรุงเทพฯ
โอ้...กรุงเทพฯช่างเป็นเมืองแห่งการแสวงโชค...หางานทำ...น่าตื่นตา ตื่นใจ...น่าหลงใหล ผู้คนก็แต่งตัวสวยงาม...โก้เก๋ ศูนย์รวมแฟชั่น ผู้คนก็พูดจาไพเราะห์(แต่จริงใจหรือไม่?...เป็นอีกเรื่องหนึ่ง) มีแต่ความเจริญรุ่งเรือง ตึกรามบ้านช่องก็ใหญ่โต รถยนต์ก็มากมาย...เหตุผลที่คนกรุงเทพฯชอบอ้างนักอ้างหนาและฟังจนเบื่อ...แต่ก็ใช้ได้ผลตลอดกาล คือ...รถติด...ที่ว่ารถติด...อยากรู้ว่าติดอย่างไร? อยากมาสัมผัสดูบ้าง? อยากขึ้นรถไฟฟ้ามหานครรอบกรุงเทพฯ อยากขึ้นรถใต้ดินดูบ้างว่าสนุกใหม? อยากมาเห็นวัดพระแก้ว อยากมาทำงานและอยากลองใช้ชีวิตแบบชาวกทม.ดูบ้างว่าเป็นอย่างไร? รถเมล์กทม.มันแน่นเหมือนปลากระป๋องอย่างที่เขาว่าจริงหรือ? ผู้คนไม่ค่อยทักทายกัน บ้านติดกันก็ไม่คุยกันจริงหรือเปล่า? บ้านเรารู้จักกันทั้งอำเภอ เห็นคนบอกว่ากทม.เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้จริงหรือ? จึงมีผู้คนมากมายพยายามมาค้นหาคำตอบด้วยตนเอง

มุมมองที่คนกทม....มองกทม...เอง...
กรุงเทพฯ...นั้นเป็นศูนย์รวมของความเจริญและความเสื่อมพอๆกัน ผู้คนที่ประสบความสำเร็จก็มีมาก ...ผู้คนที่ล้มเหลวก็มีไม่ใช่น้อย มีการต่อสู้แข่งขันกันตลอดเวลา ทั้งการทำงานและการดำเนินชีวิต
ด้านการทำงาน มีการนำเทคโนโลยีชั้นสูงที่ทันสมัยมาใช้ทุกรูปแบบซึ่งมักเริ่มต้นที่นี่ จึงทำให้เป็นความโดดเด่นและน่าสนใจ มีความสะดวกสบายครบวงจร รถเมล์ รถไฟ รถไฟฟ้าบนดิน รถไฟฟ้าใต้ดิน เรือด่วน เครื่องบิน ศูนย์การค้าทันสมัย ตึกสูงๆสวยงามแปลกตาผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด การตกแต่งประดับประดาด้วยแสงสีสวยงามในยามค่ำคืนดูน่าหลงใหล ถนนซ้อนกันสองสามชั้นยังไม่พอให้รถในกทม.วิ่งจึงมีรถติดกันยาวเหยียดในช่วงเร่งด่วน
ด้านการดำเนินชีวิต ที่เร่งรีบไปเสียหมดทุกเรื่อง กินเร็ว เดินเร็ว ทำอะไรก็แก่งแย่งกัน ทั้งทำงาน ขึ้นรถ และการเป็นอยู่ที่เบียดเสียดยัดเยียดเนื่องจากมีผู้คนจำนวนมากมารวมกันจากทุกสารทิศในกทม. รวมทั้งเป็นแหล่งอาชญากรทุกรูปแบบและมีอันตรายรอบด้าน ทำให้ไม่มีใครไว้ใจใคร การฉกชิงวิ่งราว การปล้นจี้เกิดขึ้นตลอด ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินก็มีน้อย ผู้คนมีความอดทนสูงการดำเนินชีวิตที่ความกดดันหลายด้าน
ด้านการศึกษา เป็นแหล่งรวมมหาวิทยาลัยชื่อดัง ทั้งด้านภาษาและโรงเรียนกวดวิชา การทำอาหาร การทำธุรกิจโรงแรม สถาบันด้านการเงินชั้นนำ รวมถึงมหาวิทยาลัยชีวิตที่มีหลายรูปแบบซึ่งทำให้ผู้คนได้รับบทเรียนจากที่กทม.นี่เอง
ศูนย์การแพทย์ ที่ทันสมัยที่มีการแข่งขันกันสูงทั้งภาครัฐและเอกชน ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญการแพทย์ด้านต่างๆในการรักษาโรคที่มีความซับซ้อน รวมถึงรพ.ชื่อดัง
ศูนย์กลางการเมืองการปกครอง ทุกยุคทุกสมัยก็ต้องมาเรียกร้องประชาธิปไตยที่กทม.เช่นที่ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สะพานผ่านฟ้าลีลาศ พระบรมรูปทรงม้า สนามหลวง ทำเนียบ ถนนราชดำเนิน สนามบิน สถานีโทรทัศน์ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ดินแดง บ่อนไก่ ราชประสงค์ ฯลฯ ทุกแห่งล้วนกลายเป็นแหล่งที่เรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านการเมืองทั้งสิ้น (เคยมีคนถามกันเล่นๆว่า...ถ้าจะยึดกรุงเทพฯนั้นจะยึดตรงไหน?...)


ความเจริญด้านวัตถุ
กรุงเทพฯนับว่าเป็นศูนย์รวมความเจริญด้านวัตถุอย่างมาก ทั้งเทคโนโลยีรวมทั้งสถาปัตยกรรม การขนส่ง การค้าขาย การเงินการลงทุน สิ่งก่อสร้างตึกสูงๆสวยงาม สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆที่เกิดจากความเจริญ การแพทย์ที่ก้าวหน้าทันสมัย การนำสมัยด้านแฟชั่น ดาราบัญเทิง การเจริญรอยตามฝรั่งมีร้านอาหารจานด่วนทุกหัวมุมถนน ความสะดวกสบายครบครันในกทม.

ความเจริญด้านจิตใจ
กรุงเทพฯถ้าพูดถึงความเจริญด้านจิตใจ จากการสำรวจความสุขของคนกทม. มีความสุขในเกณฑ์ที่ต่ำมาก เนื่องจากการบีบคั้นในการดำรงชีวิตที่ต้องต่อสู้แข่งขันกัน ค่าครองชีพก็สูง ความสุขในการดำรงชีวิตจึงลดลง มีความเครียดสูง อารมณ์ร้อน...จุดเดือดของอารมณ์ต่ำมากแค่เรื่องเล็กๆน้อยๆเช่นขับรถปาดหน้ากัน ก็อาจตายได้เพราะความโกรธและดังนั้นคนกทม.จึงพยายามใฝ่หาหนังสือธรรมะมาอ่าน ทำให้ยอดขายหนังสือธรรมะพุ่งแรงสวนกระแสเศรษฐกิจ เนื่องจากผู้คนอยากมีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจตนเองยามคับขันจะได้มีสติตั้งรับทัน



กทม....ไม่ใช่ เมื่องไทยทั้งหมด...แต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของประเทศ
ประเทศไทยมีถึง 77 จังหวัด(เพิ่มใหม่จังหวัดที่ 77 คือจ.บึงกาฬแยกมาจากจังหวัดหนองคาย)และแผนที่ประเทศไทยมีรูปร่างคล้ายขวาน ซึ่งกทม.อยู่บริเวณตรงกลางระหว่างขวานกับด้าม กทม.เป็นเพียงส่วนหนึ่งของประเทศไทยไม่ใช่เมืองไทยทั้งหมด แต่ผู้คนกทม.ก็มักตัดสินใจแทนคนอีก 76 จังหวัดโดยเฉพาะเรื่องการเป็นอยู่และการเมืองการปกครอง ความเห็นต่างทางความคิดทำให้มีการชุมนุมเกิดขึ้น ขอเพียงยอมรับฟังความคิดเห็นและเคารพความคิดและศักดิ์ศรีของคนอีก 76 จังหวัดบ้าง?ว่าพวกเขาต้องการอะไร? เราก็คงอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข อย่าตัดสินใจแทนหรือมองข้ามพวกเขาเหล่านี้

อยู่ใกล้กัน...กลับ...เหมือนไกล....
การเอื้ออาทร...ต่อเพื่อนร่วมโลก...บางครั้งก็ต้องมีการรณรงค์ให้เกิดขึ้น เพื่อปลุกจิตสำนึกให้ตื่นขึ้นมารับรู้...คุณคงจะเคยได้ยินมาบ้างว่า เรื่องของเขา...เราไม่เกี่ยว...ไม่อยากยุ่ง...เช่นคนกำลังโดนทำร้ายหรือคนกำลังจะตายอยู่แล้ว...ถ้านิ่งดูดายไม่ช่วยเหลือ ก็ใจดำเกินไปแล้ว... ถ้านับความแล้งน้ำใจแล้ว...คงมีมากที่นี่(กทม.) บ้านใกล้เรือนเคียงไม่รู้จักกัน ไม่ไว้ใจกัน ห้องติดกันไม่รู้จักกันต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างทำงาน ไม่ค่อยยิ้มให้กัน ไม่ใช่ยิ้มไม่เป็น...แต่ไม่มีอารมณ์ยิ้ม?...



คนท้องและเด็ก คนแก่ขึ้นรถเมล์ ก็ต้องบอกขอสละเก้าอี้ให้นั่ง (ส่วนมากผู้หญิงเป็นคนลุกให้นั่ง ส่วนผู้ชายแกล้งนั่งหลับคอพับไปพับมาไม่รู้ไม่ชี้) ....เรื่องอย่างนี้ควรอยู่ในจิตสำนึก ช่วยเหลือคนที่อ่อนแอกว่าและต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งสภาพสังคม...น่าห่วงมาก...อยู่ใกล้กัน...กลับเหมือนไกล...

ไม่มี...สถานที่ไหนของไทย...ที่จะรู้จักคำว่า...รถติด...ได้มากเท่ากทม.
“...รถติด...” เป็นเหตุผลยอดฮิตของคนกทม. ....เมื่อมีคนถามว่าทำไมมาสาย?... การเดินทางเป็นสิ่งที่จำเป็นและการที่รถติดนั้นเป็นของคู่กันกับกรุงเทพฯ ไม่ว่าวันไหน?...รถก็ติด โดยเฉพาะวันฝนตกแล้วยิ่ง อภิมหา...รถติด...หลับก็แล้ว 3 ตื่นก็แล้วยังไม่ขยับจากทางแยกเลย จนสงสัยว่าสี่แยกจะเหลือแต่ไฟแดงอย่างเดียวเสียกระมัง?...ใคร.? ขโมยไฟเขียวไป(นะ)....หรือตำรวจจารจรแอบหลับหรือเปล่าไม่เปิดไฟเขียวฝั่งเราซะที...


ถ้ามีเหตุการณ์อื่นแล้วยิ่งทำให้รถติดใหญ่ เช่น ฝนตก น้ำท่วม อุบัติเหตุ ติดขบวน ชุมนุม ประท้วง ดังนั้นคนกทม.จะรู้จัก จส.100 กันแทบทุกคน เนื่องจากเป็นข้อมูลในการหลีกเลี่ยงรถติดซึ่งเป็นประโยชน์มาก คนต่างจังหวัดเมื่อมากทม.จึงเข้าใจแล้วว่า...พอมาเจอรถติด...มันติดอย่างนี้นี่เอง... ดังนั้น...จึงเป็นข้ออ้างตลอดกาลที่พอฟังขึ้นแล้วได้ผล...

กรุงเทพฯ...เมืองที่มีชื่อที่ยาว..ว..ว...ว..มากที่สุดก็ว่าได้
ชื่อย่อว่า ...กทม. หรือยาวอีกนิดก็ กรุงเทพฯ หรือกรุงเทพมหานคร แต่จริงๆแล้วมีชื่อเต็มๆว่า กรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์ มหินทราอยุธยามหาดิลก ภพนพรัตน์ ราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์

ชาวต่างประเทศ มาเที่ยวเมืองไทยเพราะมีวัด โบสถ วิหาร การเปรียญ บางคนมาไม่กลับ ตั้งจิต ภาวนา ทำสมาธิศึกษาธรรมะ ละกิเลศ เลิกยุ่งทางเพศ หาโมกขฺธรรม นำชีวิต เพื่อพิชิตชีวิต หลังการตายจะต้องการไปทางไหน สวรรค์ หรือนรก ตามที่พระพุทธองค์ ทรงตรัสตอบพระอานนท์ ว่าชีวิตหลังการตาย ไปนรกเท่าขนโค ไปสวรรค์ เท่ากับเขาโค เราจะเป็นขนโค หรือ เขาโค คนที่เคยทำแท้ง คนที่เคย คดโกง คอร์รับชั่น รับสินบาท คาดสินบนฆ่าสัตว์ ตัดชีวิต ตีหัวหมา ด่าแม่เจ๊ก มาตั้งแต่เด็ก จนแก่แค่40-50 ปียังไม่พอ

ส่วนคำแปล(อ้างถึงhttp://nicky1544.storythai.com/200806/entry-73 )มีความหมายว่า พระนครอันกว้างใหญ่ดุจเทพนคร เป็นทีสถิตของพระแก้วมรกต เป็นนครที่ไม่มีใครรบชนะได้ มีความงามอันมั่นคงและเจริญยิ่ง เป็นเมืองหลวงที่บริบูรณ์ด้วยแก้วเก้าประการน่ารื่นรมย์ยิ่ง มีพระราชนิเวศใหญ่โตมากมาย เป็นวิมานเทพที่ประทับของพระราชาผู้อวตารลงมา ซึ่งท้าวสักกเทวราชพระราชทานให้พระวิษณุกรรมลงมาเนรมิตรไว้

ต่างสี...ต่างราคา...
กทม.เป็นเมืองแห่งสีสรร...ไม่ว่าจะ สีเหลือง...แดง ..ชมพู...เขียว...ขาว...น้ำเงิน...หลากสี...ซึ่งล้วนแล้วแต่กระทบคนกรุงทั้งนั้น แฮะ..ๆๆ ..ในที่นี้ผึ้งงานขอยกเว้นเรื่องการเมืองไม่ขอกล่าวถึงเพราะอยากให้สมานฉันท์....แต่ต่างสีต่างราคาที่ว่านี้คื่อรถเมล์ของกทม. เช่น รถเมล์สีเหลือง...ใช้กาซNGV ราคาเริ่มต้น 12 บาท สีแดงขสมก.มีทั้งขึ้นฟรีตลอดสายและ 7 บาทตลอดสาย รถสีชมพู(เมื่อก่อนใช้เป็นเลดี้บัสแต่เดี๋ยวนี้ใช้เป็นกาซNGV) ซึ่งมีสีชมพูจ๋าทั้งคัน 8 บาทตลอดสาย รถสีเขียวเมล์เล็กหรือรถกระป๋อง ราคา6.50 ตลอดสาย(ตอนนี้ถูกเก็บเข้ากรุแล้วเปลี่ยนเป็นรถเมล์สีส้มแทนดีกว่าเดิม) รถสีส้มพัดลม 6.50 บาทตลอดสาย รถสีขาว-เขียวแอร์ เป็นกาซNGVรุ่นแรก ยังวิ่งอยู่ระยะแรก 11 บาท รถสีขาว-น้ำเงินขสมก.8 บาทตลอดสาย รถสีส้มยูโรทูแอร์ระยะแรก 12 บาท



เมื่อพูดถึงคนแน่นบนรถเมล์ ก็มีเรื่องเล่าตลกว่า...มีใครก็ไม่รู้..ตด..บนรถเมล์มีแต่กลิ่นที่ร้ายกาจ...ไร้เสียง จับไม่ได้ว่าใคร มีแต่รับรู้กลิ่นมาเป็นระยะๆ ช่วยกันดม แต่ไม่กล้าหันไปมองกลัวว่าคนที่มีปฏิกิริยาคือต้นกลิ่นไร้เสียง ...ที่นี้คนขับก็เรียกกระเป๋ามาข้างหน้าแล้วก็กระซิบอะไรเบาๆ ...สักพักกระเป๋าก็เดินมากลางรถว่า....ขอโทษนะคะ คนที่ตดนะจ่ายเงินค่ารถไม่ครบค่ะ...ทันใดนั้นหนุ่มนิรนามคนหนึ่งรีบตอบสวนกลับไปว่า...ผมให้แบงค์ยี่สิบคุณยังทอนเงินให้ผมเลย มาว่าผมจ่ายไม่ครบได้ไงครับ....5555….งานนี้คนขับ(แกล้ง)จับคนตดได้ทันที...พาเอาคนยิ้มกันทั้งคัน....
แต่ไม่ว่าจะรถเมล์สีอะไร...ก็แน่นเป็นปลากระป๋อง...ทุกวัน..จนแทบจะมีสโลแกนใหม่ว่า ...โหนบาร์เดี่ยว...เพื่อสุขภาพ ก็รถขสมก.ในกทม.นี่เอง...ค่ะ..

....ยั่วเย้า...ชาวกรุง...
เมืองกรุงพอรถติดนานๆ คนกทม.ก็คุ้นเคย...แต่บางครั้งก็อดหงุดหงิดไม่ได้เวลาที่เรารีบๆ แต่ไปไม่ได้ดั่งใจ(ยกเว้นมีปีก...บิน..555…) เรื่องราวบางเรื่องก็คิดได้ตอนรถติด..ด..ด..นานมาก...ตอนฝนตก... บางครั้งเวลารถติดก็อดที่จะมองรถคันข้างๆเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศไมได้ บางครั้งเห็นแล้วก็ขำ...และลุ้นไปด้วย...ก็คันข้างๆแต่งหน้าไปด้วยฆ่าเวลาตอนรถติด พอไฟเขียวก็ขับต่อ...ได้คิ้วกับตาข้างซ้ายค้างไว้...พอรถติดอีกครั้งก็ได้อีกข้าง...ขับไปเรื่อยๆ ...สวยครบสูตรพอดี...
วงคาราบาว...เคยแต่งเพลงแมคอินไทยแลนด์....แซวเมืองกทม.ว่า(...มาถึงยุคสมัยนี้ยุค..กอ..ทอ...มอ...เมืองที่...คน-ตก-ท่อ... ) เนื่องจากขยันขุด...ขยันรื้อทั้งท่อและฟุตบาท พอฝนตกน้ำท่วมทีไร...คนตกท่อเป็นประจำ ที่จริงแล้วคนกรุงเทพฯ...ก็อิจฉาการใช้ชีวิตในชนบทหรือต่างจังหวัด ...ซึ่งพอวันหยุดทีไร?...คนก็จะหนีกทม.ไปต่างจังหวัดเพื่อลืมความวุ่นวายของชีวิตบ้าง แต่คนต่างจังหวัดก็อยากมากทม. ซึ่งก็น่าแปลกที่...คนในอยากออก...คนนอกอยากเข้า..ต่างคน...ต่างมอง...คนละมุม






น้ำเอย...น้ำใจ...คงปฏิเสธไม่ได้ว่า...ทุกข์จากน้ำท่วมในครั้งนี้หลายอำเภอและหลายจังหวัด ได้รับน้ำใจจากคนเมืองกรุง(เทพ)มากทีเดียว จากการกระจายข่าวของศุนย์ความเจริญของข่าวสารและเทคโนโลยีที่นี่ เป็นข้อดีและเป็นศรัทธาตอนวิกฤติ...ที่ทำให้คนไทย....มีน้ำใจ...ไม่ทิ้งกันในยามทุกข์ยาก...ร่วมกันให้กำลังใจซึ่งกันและกัน...แล้ววันใหม่...ที่ดีกว่า...ก็จะมาถึง ขอร่วมเป็นกำลังใจให้คนที่ประสบภัยน้ำท่วมทุกคนจงมีกำลังใจที่เข็มแข็ง และขอให้ท่านเชื่อมั่นว่าคนไทย...นั้นไม่เคย
สมุนไพรเมืองไทยมากมาย หลายประเทศเอาไปจดลิขสิทธิ์ ทานสมุนไพรไม่มีพิษ พิชิตมะเร็ง เข่นภูคาวหรือภูตอง คนเหนือเขื่อหลายเอาไปจิ้มน้พริก เขาชาวเหนือจึงไม่เป็นมะเร็ง วันนี้มีคนไทยเอาภูคาว ไปผสมสมุนไพรหลายอย่าง ทำเครื่องดึ่มโปรไบโอติก ทำให้ร่างกายฟิตกระชับ ระงับกลิ่น ลองไปศึกษาหาได้ที่ www.patsiri.com
คนไทยเก่งหลายอย่าง นักศึกษามากมายได้รางวัลย์ นักวิทยาศาสตร์ เหรียญทอง ระดับโลก มีโชคคนไทยได้กลายเป็นวิศวกร ผลิตปลั๊กประหยัดน้ำมัน อเมริกาเอาไปทดลอง ประสพความสำเร็จ สั่งเอาไปขายล้านตัว นำเงินเข้า หลายหมื่นล้านบานตะไท ลองไปหาใช้ดูได้ที่ www.patsiri.com
ดูภาพใน Bing

ไปประเทศไหนก็ไม่สุขใจ เท่าอยู่ประเทศไทย มีอาหาร การกิรนทั้งคืนทั้งวัน ที่สำคัญ มีน้ำ พริก ปลาร้า ปลาเจ่า

สมุนไพรไทย ขวดนี้ราคา สามสิบบาทก็มี อเมริกายังสั่งไปขาย ที่นัน ราคา 3200 บาทขาดตัวต่อไม่ได้ เมืองไทยต่ราคากันได้ คนไทยน้ำใจดี เป็นอะไรไปดูได้ให้ละเอียดได้ที่ www.patsiri.com
www.patsiri.com
028107832 0868030656

No comments:

Post a Comment